Chelsea Football Club สโมสร เชลซี
ก่อตั้ง 14 มีนาคม 1905
สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ (ลอนดอน)
ความจุ 42,055
เชลซีมีโลโก้มากมาย ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาเชลซีเปลี่ยนมาแล้วทั้งหมด 5 แบบ มาทำความรู้จักกับเชลซียุคแรกกันหน่อย
โลโก้นี้คือโลโก้เริ่มแรกของทีมเชลซี ผู้สูงอายุในวงกลมนั้น เป็นหนึ่งในขุนนางที่มีชื่อเสียงผู้หนึ่ง (ไม่เคยมีใครรู้ด้วยว่าผู้สูงอายุผู้นี้เป็นใคร) โลโก้นี้ไม่เคยใช้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ บนอกเสื้อนักเตะมาก่อน อย่างไรก็ตาม จะปรากฎในตารางการแข่งขันและในจอทีวีบอกสกอร์ในสนามเท่านั้น ทำให้ The Pensioner จึงเป็นชื่อเล่นของทีมเชลซีเพื่อเป็นเกียรติ ในฐานะที่เป็นโลโก้แรกของทีมในปัจจุบัน
***คำว่า Pensioner แปลตามพจนานุกรมเป๊ะๆ คือ ผู้มีสิทธิ
รับบำนาญ ในอังกฤษสมัยก่อนนั้น คนที่มีสิทธิ์ได้รับบำนาญ
คือขุนนาง หากเปรียบในสมัยนี้ คือข้าราชการนั่นเอง
โลโก้ที่สองเริ่มใช้ตั้งแต่ยุคกุนซือเท็ด เดร็คในปี 1952 อดีตกุนซือผู้นี้เป็นผู้ปลุกกระแสให้คิดโลโก้ใหม่แทน The Pensioner และอีกจุดประสงค์หนึ่งก็คือเปลี่ยนชื่อเล่นทีมเป็น The Blues หากเราดูรูปให้ดี เราจะเห็น CFC -> Chelsea Football Club ซ้อนกัน เพราะเหตุนี้ ในสมัยนั้น หากใครบอกว่าพวกเขาคือชาวสีน้ำเงินจะรู้ทันทีว่าเป็นแฟนบอลเชลซี
ซึ่งชื่อเล่นใหม่นี้ก็ได้รับการยอมรับอย่างล้นหลาม จนเป็นสีศักดิ์สิทธิ์ของแฟนบอลเชลซีในช่วงนั้น
โลโก้ที่สามนี้เป็นโลโก้ที่โด่งดังมากที่สุด และเชลซีก็ใช้โลโก้นี้เป็นเวลาถึง 33 ปี โลโก้ด้านนอกนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก แขนของเสื้อนอกของพระชั้นเหนือบิชอฟในเขตมณฑลเชลซี
ส่วนสิงโตสีน้ำเงินถือไม้เท้าสีทองได้รับต้นแบบมาจากแขนเสื้อของ ขุนนางท่านหนึ่งนามว่า Earl Cadogan (Earl ไม่ใช่นามสกุล เป็นชื่อระดับชั้นขุนนาง ระดับเออร์ล) ซึ่งในสมัยนั้น ขุนนางผู้นี้เป็นประธานของทีมเชลซีรวมทั้งได้รับความเห็นชอบ จากขุนนางระดับสูงกว่าระดับบารอนให้ใช้สิงโตถือไม้เท้าได้
***ไม้เท้า มีความหมาย หมายถึงความรู้ ศรัทธา จรรยาต่อพระผู้เป็นเจ้า ก็เหมือนกับพระระดับสูงมีไม้เท้าบอกระดับชั้น อีกทั้งในสมัยก่อน ศาสนจักรรุ่งเรืองมากกว่าอาณาจักร ทำให้สัญลักษณ์อื่นใดก็ตามจากศาสนจักรนั่นเป็นสิ่งต้องห้าม
แต่ถึงกระนั้น เชลซีก็สามารถใช้ได้...เท่ห์แค่ไหน
โลโก้นี้ไม่ได้ใช้บนอกเสื้อนักเตะจนเมื่อถึงปี 1960 โลโก้นี้จึงเสร็จสมบูรณ์และใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นอย่างที่เห็นในรูป
ถึงแม้ว่า โลโก้นี้จะไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นโลโก้ประจำทีมโดยตรง แต่ทีมเชลซีก็ใช้มาตั้งแต่ปี 1960-1970 แต่ทุกๆ คนก็เริ่มจะรู้จักและจำเชลซี ในฐานะสิงโตน้ำเงินก็เพราะโลโก้นี้
ในปี 1986 เชลซีได้ปรับสี่โลโก้ให้เป้นโลโก้เดียวทำให้สินค้าของเชลซีพัฒนาและขายได้ โดยเฉพาะเสื้อและลูกฟุตบอล ในขณะที่สิงโตและ CFC ยืนพื้นและไม่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งสีน้ำเงินก็ใช้เป็นสีของทีมเชลซีมาตั้งแต่โลโก้แรก
โลโก้นี้ใช้มาถึง 19 ปี แฟนเชลซีจึงจำเชลซีว่าเป็นทีมสิงโตน้ำเงินโดยสมบูรณ์ ถึงกระนั้นแฟนบอลและผู้สนับสนุนเชลซีกลับจำโลโก้นี้ได้มากกว่าโลโก้ที่สาม แต่เมื่อเวลาผ่านไป แฟนเชลซีกลับต้องการที่จะกลับไปใช้โลโก้แบบเก่า เพื่อจะนำทีมเชลซีสู่สมัยใหม่ การคิดค้นโลโก้ใหม่จึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง
เวลาล่วงเลยมาจนถึงปี 2004 ทีมเชลซีจึงได้โลโก้ใหม่ คือ เดือนพฤษภาคม 2005 โดยเอาโลโก้ที่สามเป็นหลัก คือ สิงโตสีน้ำเงินถือไม้เท้าสีน้ำเงินบนพื้นหลังสีขาว ซึ่งความหมาย ของไม้เท้ายังไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่เปลี่ยนสีตามสีของทีมเท่านั้น ซึ่ง ปีเตอร์ เคนยอน กล่าวว่า
"ทีมเชลซีค้นหาโลโก้เพื่อบ่งบอกถึงตัวตนของเรามานานแสนนาน เรามีประวัติศาสตร์กับสิงโตและสีน้ำเงิน สองสิ่งนี้ล้วนแล้วแต่เกี่ยวกับ เชลซีทั้งสิ้น ทีมเชลซีก็มีอายุเกิน 100 ปีแล้ว แต่ทีมเชลซีก็จะใช้โลโก้นี้ตลอดไป"
ณ ตอนนี้ ทุกคนไม่ว่าจะเป็นใคร ทีมไหน ต่างจำสิงโตสีน้ำเงิน ในฐานะที่เป็นโลโก้ของทีมเชลซีไปหมดแล้ว ครั้นจะมีการเปลี่ยนก็ได้รับเสียงคัดค้านจากแฟนบอลทั่วโลก ถึงแฟนบอลจะมีไม่เยอะเท่าแมนยู ฯ และลิเวอร์พูล แต่ก็ทำให้สโมสรไม่อาจคัดใจแฟนบอลได้ ทีมเชลซีจึงใช้สัญลักษณ์นี้มาจนถึงปัจจุบัน
***Sun newspaper เคยออกแบบโลโก้ทีมเชลซีในคราวที่ทีมเชลซีมีอายุครบ 100 ปีด้วย (อย่าเข้าใจผิดว่าเดอะซัน คนละส่วนกัน)
ข้อมูลโดย Ellanor
ตราสโมสร
1905-1952
1953-1986
1986-2005
2006-2008
ผลงานในอดีต
แชมป์เอฟเอ พรีเมียร์ลีก และฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง: 3 ครั้ง
1955, 2005, 2006
ฟุตบอลลีกดิวิชั่นสอง: 2 ครั้ง
1984, 1989
เอฟเอคัพ: 4 ครั้ง
1970, 1977, 2000, 2007
ลีกคัพ: 4 ครั้ง
1965, 1998, 2005, 2007
ชาริตีชิลด์
1956, 2000, 2005
Full Members' Cup
1986, 1990
ยูฟ่า คัพวินเนอร์สคัพ
1971, 1998
UEFA Super Cup
1998
FA Youth Cup
1960, 1961
รองแชมป์ฟุตบอลเอฟเอคัพ
1951, 1697, 1994
แชมป์ (Makita/Umbro Trophy)
1994, 1997
ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก
รอบรองชนะเลิศ 2004, 2005, 2007
รองแชมป์ 2008
ทำเนียบผู้จัดการทีม
1933-1939 เลสลี่ ไนท์ตัน
1939-1952 บิลลี่ แบร์เรลล์
1952-1961 เท็ด เดร็ค
1962-1967 ทอมมี่ ด็อคเคอร์ตี้
1967-1974 เดฟ เซ็กตัน
1974-1975 รอน ซอวร์ต
1975-1977 เอ็ดดี้ แม็คเครดี้
1977-1978 เคน เชลลิโต้
1978-1979 แดนนี่ บลังค์ฟลาวเวอร์ส
1979-1981 เจฟฟ์ เฮิร์สต์
1981-1985 จอห์น นีล
1985-1988 จอห์น ฮอลลินส์
1988-1991 บ็อบบี้ แคมป์เบลล์
1991-1993 เอียน พอร์เตอร์ฟิลด์
1993 เดวิด เวบบ์
1993-1996 เกล็น ฮอดเดิ้ล
1996-1998 รุด กุลลิท
1998-2000 จิอันลูก้า วิอัลลี่
2000-2004 เคลาดิโอ รานิเอรี่
2004-2007 โชเซ่ มูรินโญ่
2007-2008 อัฟราม แกรนท์
2008-ปัจจุบัน หลุยส์ ฟิลิปเป สโคลารี
สถิติสโมสร
สถิติผู้ชมสูงสุด : ในสแตมฟอร์ด บริดจ์ นัดพบกับอาร์เซน่อล ในวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1958 มีผู้ชมเข้ามาชมถึง 82,905 คน
สถิติผู้ชมน้อยที่สุด : ในสแตมฟอร์ด บริดจ์ นัดที่พบกับ ลินคอล์น ซิตี้ ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1906 มีผู้ชมเพียง 3,000 คน
สถิติชนะสูงสุด : ในนัดพบกับ จิวเนส ฮัทคาเรจ ซึ่งถูกพวกเขาถลุงไปถึง 13-0 ในวันที่ 29 กันยายน ค.ศ. 1971
สถิติแพ้สูงสุด : ในนัดพบกับ วูล์ฟแฮมตัน วันเดอร์เรอร์ส ที่อัดพวกเขาไป 8-1 ในวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 1953
ผู้เล่นในลีกสูงสุด : รอนแฮร์ริส, 655 นัด, 1962-80
สถิติซื้อนักเตะค่าตัวแพงที่สุด : 30 ล้านปอนด์, อังเดร เชฟเชนโก้ จาก เอซี มิลาน, มิถุนายน ค.ศ. 2006
สถิติขายนักเตะแพงที่สุด : 24 ล้านปอนด์, อาร์เยน ร็อบเบน ไปเรอัลมาดริด, สิงหาคม ค.ศ. 2007
นักเตะที่ทำประตูรวมสูงสุดใน 1 ฤดูกาล : จิมมี่ กรีฟส์, 41 ประตู, 1960-61
นักเตะที่ทำประตูรวมสูงสุดในช่วงที่อยู่กับ : บ๊อบบี้ แทมบลิง, 164 ประตู, 1958
สถิติยื่นข้อเสนอซื้อนักเตะค่าตัวแพงที่สุด : 50 ล้านปอนด์, กาก้า จาก เอซี มิลาน, สิงหาคมค.ศ. 2008