
“เชลซีเป็นตูเจ้ายุโรปปีนี้โว้ยยย!!!” นี่คือประโยคที่ออกมาจากปากของผม หลังจากที่ดิดิเยร์ ดร็อกบาซัดจุดโทษปิดกล่องพาสิงห์ทยานขึ้นสู่ราชาแห่งยุโรปเป็นครั้งแรก ซึ่งผมก็เชื่อว่าหลายๆคนคงดีใจเหมือนที่ผมดีใจ.....ทีมที่กำลังจะตกเหว แต่ก็สามารถปีนกลับขึ้นมาได้ มันเป็นไปได้ยังไง? นี่คือประโยคที่แฟนบอลหลายๆคนพูดออกมา ซึ่งผมเคยพูดมาเสมอ ว่าที่เชลซีผมประสบความสำเร็จเพราะมันเกิดขึ้นจากความพยายาม!! เกิดขึ้นจากกำลังใจ!! เกิดขึ้นจากความศรัทธา!! และสิ่งสุดท้ายที่เป็นปัจจัย”หลัก”ของความสำเร็จคือ โรมัน อับราโมวิช , โรแบร์โต้ ดิ มัตติโอ และนักเตะเชลซีทุกๆคน….

ต้องยอมรับส่วนตัวผมนัดนี้ก่อนเกม ผมไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าทีมเราจะเป็นแชมป์ปีนี้หรือไม่ ในสมองผมมีอยู่แค่ประโยคเดียว คือ “เชลซีจะทำได้ไหม” ฤดูกาลนี้เราเหมือนเรือที่โดนพายุซัดกระหน่ำครับ โดยเฉพาะในช่วงที่อังเดร วิลลาส โบอาส เป็นหัวเรือใหญ่.. ผมใช้คำว่าเป็นช่วงที่เลวร้ายที่สุดในการเชียร์เชลซีของผมนับตั้งแต่ในยุคของ หลุยส์ เฟลิเป้ สโครารี่ ในทุกๆนัดที่มีกุนซือนั่งยองอยู่ข้างสนาม ผมไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ทีมเราจะชนะหรือเปล่า? แต่ประโยคนี้ ไม่สามรถใช้ได้กับ กุนซือหน้าชินจัง โรแบร์โต้ ดิ มัตติโอ! ซึ่งช่วงแรกสิ่งที่ผมคิดคือ ลุ้นโควตาแชมป์เปี้ยนลีคอย่างเดียวเป็นพอ! แต่ทฤษฎีของผมก็ถูกปรับเปลี่ยนนับตั้งแต่ ดิมัตติโอ ถล่มนาโปลีอย่างราบคาบในเดอะ บริดจ์ ซึ่งที่น่าสนใจคือ นัดสุดท้ายของการคุมทีมในเวทีแชมป์เปี้ยนลีค คือการบุกไปพ่าย นาโปลี 3 ประตูต่อ 1 ในเลกแรก แหละนี้หละที่ทำให้แฟนเชลซีหลายๆคนถอดใจไปกับถ้วยนี้.....ในเมื่อสกอร์เป็นแบบนี้ หนทางเดียว ที่ทีมสิงโตน้ำเงินครามจะสามารถผ่านเข้ารอบไปได้ คือจะต้องกลับไปในเดอะ บริดจ์ แล้วต้องชนะ ต้องยิงถึง 3 ประตู ซึ่งเซียนบอลหลายๆต่างบอกว่า เชลซีไม่สามารถที่จะทำได้ ทีมที่พึ่งเปลี่ยนโค้ชมา ทำไม่ได้หรอก!! แต่!!!สิ่งที่เกิดขึ้นในเดอะ บริดจ์ มันไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคาด!!! เชลซีทำการถลุงประตูของนาโปลี ไป 4 ประตูต่อ 1!!! และนั่นแหละ คือสิ่งที่น่าเหลือเชื่อสิ่งแรกของผม นับตั้งแต่ดิมัตติโอก้าวขึ้นมากุมบังเ**ยน....

เมื่อเราสามารถผ่านทีมจากอิตาลีได้ ทีมต่อไปที่เราจะต้องเจอคือ “เหยี่ยวแห่งลิสบอน” เบนฟิก้า ทีมชั้นนำแห่งโปรตุเกส เอาจริงๆ ผมรู้สึกมั่นใจว่าเราจะสามารถผ่านเบนฟิก้า ได้อย่างสบาย!... แต่เปล่าเลย เบนฟิก้ากลับไม่ยอมง่ายๆ เลกแรกของเราใช้คำว่าหืดจับ กว่าจะสามารถนำชัยชนะกลับออกมาจากถิ่น เอสตาดิโอ ดา ลุซได้ โดยเป็น ซาโลมง กาลู ชาร์จบอลเข้าไปตุงตาข่ายของเบนฟิก้า ได้สำเร็จ และนัดที่สอง ต่อมากลับมาเล่นใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ นัดนี้น่าจะจบตั้งแต่จุดโทษของแฟรงค์ แลมพาร์ดแล้ว แต่ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาตรึงเครียดอีกครั้ง เมื่อมาโดน ฆาบี้ การ์เซียระโดดโขกสะบัดผ่านหน้าปีเตอร์ เช็กไป.... สถานการณ์ตอนนั้นใครที่ยิงประตูได้ก็มีโอกาสจะผ่านเข้ารอบไปได้ ซึ่งแน่นอนเป็นเบนฟิก้า ที่หาโอกาสได้ดีกว่า ทำการบุกเข้าใส่เชลซีอย่างต่อเนื่อง!!!! แต่!!!! นั่นก็เป็นจุดสำคัญที่ทำให้เบนฟิก้าพลาดเมื่อเชลซีสามารถสกัดบอลไว้ได้ และจังหวะนั้นเป็นราอูล เมย์เรเรส ที่พาบอลกระชากไปในเขตุของเบนฟิก้า ก่อนจะซัดบอล ไซร้ก้อยเข้าประตูไปอย่างสวยงาม!!! และนั่นแหละ คือปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นกับผมในครั้งต่อมา

ผมสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า ดิมัตติโอ ไม่ใช่กุนซือธรรมดาๆ คนนึงอีกต่อไป ดิมัตติโอเป็น หนึ่งในกุนซือทีดีที่สุดของโลก ทำไมผมถึงพูดแบบนั้นได้หละ? ดิมัตติโอก้าวขึ้นมา พาเรือเชลซีขึ้นฝั่ง เรือที่ผุ พัง เต็มไปด้วยรอยความเสียหาย แต่ดิมัตติโอ “ซ่อมได้” ดิมัตติโอ ซ่อมเรือด้วยกำลังใจ ด้วยความพยายาม ด้วยความศรัทษา !! และสิ่งที่สำคัญ คือนักเตะของเขา ทั้งซีเนียร์และจูเนียร์ ทุกคนต่างพยายามด้วยใจ รุ่นพี่อย่างเทอร์รี่ แลมพ์พาร์ด ร้อกบา และเช็ก ที่คอยประคองรุ่นน้อง ประโยคที่สามารถให้พวกเขาได้คือ “แก่ แต่ เก๋า” และยังมีนักเตะรุ่นใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังใจ ความมุ่งมั่น!! ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้จะสามารถรวมกันเป็นขุมกำลังที่พร้อมจะเดินหน้าและก้าวไปด้วยกัน.....

และก็มาถึงนัดที่แฟนเชลซีทุกคน ตั้งตาลุ้น ตั้งตาเชียร์ เพราะทีมที่เชลซีจะเจอ คือทีมที่ดีที่สุดในโลก ไม่สิ มันคือทีมที่ไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้วด้วยซ้ำ ทีมที่ได้ชื่อว่าเป็นทีมต่างดาว ทีมๆนี้คือ บาร์เซโลน่า!!! เลกแรก...เชลซีต้องเล่นในถิ่นของตัวเอง!! นัดนาโปลีที่ว่าเสียวแล้ว นัดกับเบนฟิก้าที่ว่าเสียวกว่า ยังต้องสยบเพราะกับบาร์เซโลน่าใช้คำได้ว่า โคตรดราม่า!! แต่ในเลกแรกถือว่าเราภุมความได้เปรียบไว้ในมือ เมื่อรามิเรสผ่านบอลให้เดอะดร็อก ดิดิเยร์ ดร็อกบา ซัดบอลผ่าน วิกตอร์ วัลเดซ ไปอย่างสวยงาม! และนี่คือประตูชัยของเชลซี!...กลับมาสู่เลกที่สอง เชลซีต้องบุกไปถึงถิ่น คัมป์ นู ถิ่นของบาร์เซโลน่านั่นเอง... ผมรู้สึกแย่ที่สุด บรรยากาศในห้องนอนของผมเต็มไปด้วยความเครียด เพราะเชลซีต้องเสียแกรี่ เคฮิลล์ตั้งแต่ช่วงต้นเกม และยังเสียประตูแรก แถมด้วยจอร์น เทอร์รี่ยังไปแทงเข่าใส่อเล็กซิซ ซานเชส ทำให้ถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม เท่านั้นยังไม่พอครับ เชลซีเสียประตูที่สองจากนักเตะที่เคยซัดเชลซีตกรอบมาแล้ว อย่าง อันเดรส อิเนสต้า ...ทุกๆอย่างผมคิดว่า จบแล้ว หมดสิ้นกันแล้ว ผมแทบจะตายคาเตียงเลยก็ว่าได้ แต่!!โชคชะตากลับมาเข้าข้างเชลซีอีกครั้ง เมื่อเจ้าของฉายา “ผมไม่ช้าครับ” รามิเรส ชิพบอลข้ามวัลเดสผู้รักษาประตูของบาร์เซโลน่า ไปอย่างงดงาม!!! ผมเริ่มมีความหวังอีกครั้ง ผมคิดว่าเทพีแห่งชัยชนะจะเข้าข้างเรา......แต่!!! เชลซีดันมาเสียจุดโทษอีก ผมหละเครียดมาก นั่งลุ้นว่าเมซซี่จะยิงเข้าไหม ผมเกร็งไปทั้งตัว และถึงเวลาที่เมซซี่ยิง!!!! เป้งงงงง!!! เมซซี่ยิงไม่เข้าครับ!!! ผมกระโดดดีใจแทบบ้าเลย!!! หลังจากนั้นก็มาถึงวินาทีที่กองหน้าค่าตัว 50 ล้านปอนด์ ได้ลงมาในสนาม...ผมยอมรับอย่างลูกผู้ชายเลย ตอนนั้นผมพูดขึ้นว่า “ตอร์เรส ลงมาทำไม่ตอนนี้วะเนี่ย แถมเปลี่ยนดร็อกบาอีก” เพราะผมมั่นใจในตัวของดร็อกบา มากกว่าตอร์เรส ความตรึงเครียดตอนนั้นเข้าขั้นสูงสุด เชลซีโดนบาร์เซลน่าโหมบุกอย่างหันก สกอร์ตอนนั้นคือ 2ประตูต่อ1 สกอร์รวมคือ 2ประตูต่อ2 ถ้าจบแบบนี้คือเชลซีจะเข้ารอบทันที แต่มันยากที่จะจบแบบนี้ เพราะบาร์เซโลน่า ไม่เคยถอย ไม่เคยหยุดบุก ผู้เล่นทั้ง 11 คนของเชลซี ลงมาตั้งรับกันหมด และก็มาถึงจุดที่แฟนเชลซีทุกคนจะไม่มีวันลืม เมื่อผู้เล่นของเชลซีซัดลูกออกมาจากเขตโทษของตัวเอง โยนยาวไปข้างหน้า!! และ เป็นตอร์เรส!! ตอร์เรส พาบอลลากไปดวลกับวัลเดซตัวต่อตัว!! ผมยืนขึ้นแล้วจังหวะนี้และตอร์เรส ล็อคหลบ!!!วัลเดซ!!!ก่อนจะแปรบอลเข้าไป!!! ผมกระโดดจากเตียงด้วยความดีใจ ก่อนจะชูมือขึ้นฟ้า!! แล้วพูดว่า “เราได้ไปมิวนิคแล้ว” ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเทมาทางฝั่งเชลซีหมด เหมือนว่าปีนี้เชลซีมาเพื่อเป็นแชมป์

ตอนนั้นกระแสที่โหมกระหน่ำเชลซีตอนนั้นคือ เชลซีเข้ารอบเพราะอุด? เชลซีเข้ารอบเพราะโชคช่วย? เชลซีเข้ารอบเพราะฟลุก ผมรำคาญคำพูดเหล่านี้มาก โดยเฉพาะที่โรงเรียน ผมเจอคำนี้เข้า ทำให้ผมพูดขึ้นมาประโยคนึงกับเพื่อนคือ “เชลซีชนะเพราะความสามัคคี เชลซีชนะเพราะกำลังใจ ที่เทพีแห่งชัยชนะเข้าข้างเชลซีก็เพราะ 2 สิ่งนี้ ที่ทีมพวกเองตกรอบกัน เพราะพวกเองไม่มีสิ่งนี้ ถ้าตั้งรับแล้วทีมประสบความสำเร็จ กุยอมรับดีกว่าโหมบุกแต่ตกรอบ” ทุกคนเงียบครับไม่มีใครพูดถึงนัดนี้อีก ถึงเชลซีจะมีดวง มีโชค แต่โชคและดวงไม่ใช่สิ่งสำคัญที่ทำให้เชลซีชนะ แต่มันคือหัวใจของนักสู้!! นักสู้ผู้ที่จะไม่ยอมแพ้ นั่นเอง.....

ผมขอวนไปพูดในเรื่องของถ้วยเอฟเอคัพ นิดหน่อยนะครับ เชลซีผ่านเข้ารอบชิงไปพบกับลิเวอร์พูล ต่างคนต่างเล่นดาร์บี้แมทช์มาในรอบรอง เชลซีขึ้นนำลิเวอร์พูลไปก่อนจากรามิเรส และได้ประตูที่สองจากการผ่านบอลของแลมพ์พาร์ดไปให้ ”ราชาเวมบลีย์” ดร็อกบาซัด นำอีก 2ประตูต่อ0 ผมคิดว่าเอาหละแชมป์แรก โว้ย แชมป์แรก 555 แต่พอแอนดี แครโรลล์ลงมา เกมเปลี่ยนครับ และก็เป็นแคร์โรลล์ซัดเต็มข้อตาข่ายแทบขาด ผมเริ่มหวั่นนิดๆละ แต่ยังใจดีสู้เสือ คิดเข้าข้างตัวเอง ว่า ยังนำอยู่... แทบจะหงายเงิบ เมื่อแครโรลล์โขกบอลผ่านอิวาโนวิช เกือบจะเข้าประตู แต่เช็กสามารถปัดออกมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งนี่หละซีนอารมณ์เลยตอนักเตะลิเวอร์พูลไปโวยผู้ตัดสิน ซึ่งพอดูจากภาพช้าบอลเข้าไปแล้วครับ แต่ไม่เต็มใบ ซึ่งลูกแบบนี้ในรอบรองชนะเลิศกับสเปอร์เชลซีก็ได้จากลูกแบบนี้เหมือนกัน แต่ของเชลซีเป็นประตู ซึ่งบอกเลยว่าลิเวอร์พูลไมมีดวง ครับ ผมบอกแล้วเชลซีมาเพื่อเป็นแชมป์ครับ และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เชลซีคว้าแชมป์แรกของปีนี้ได้นั่นคือแชมป์เอฟเอคัพ และแน่นอนดิมัตติโอในตอนนี้คือคนที่แฟนเชลซีรักและเคารพมากที่สุดในตอนนี้ สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ สามารถใช้ได้กับดิมัตติโอ อย่างไม่ต้อวมีข้อสงสัย ส่วนอีกคนที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือดร็อกบา ซึ่งเขาซัดในเวมบีลย์อีกแล้ว และนี่หละคือที่มาของ “ราชาเวมบลีย์”

กลับมาในศึกยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีค เป็นนัดชิงชนะเลิศกับทีมบาเยิร์น มิวนิค เป็นนัดที่แฟนเชลซีทุกคนรอมาโดยตลอด นับตั้งแต่ในปี 2008 ที่มอสโก กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถามว่าทำไมแฟนเชลซีถึงตั้งตารอ? ตลอดเวลาที่ผมเชียร์เชลซี ผมเห็นเชลซีชูมาแทบจะทุกถ้วยแล้ว ขาดเพียงแต่ถ้วยนี้ ถ้วยที่แฟนเชลซีทุกคนตั้งตารอที่สุด !!....วินาทีที่นักเตะของทั้งเชลซีและบาเยิร์นมิวนิค ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก มาถึงขนาดนี้แล้ว ต้องแชมป์แล้วหละ แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกหวั่นใจมากเหมือนกันเพราะนัดนี้เชลซีไม่มีผู้เล่นถึง 4 คน ที่หลักๆคือ บลานิสลาฟ อิวาโนวิช จอร์น เทอร์รี่ รามิเรส รวมถึง ราอูล เมย์เรเรส ซึ่งทุกคนล้วนมีความสำคัญมากถึงมากที่สุด ทุกคนมีส่วนร่วมในทุกๆแมทช์โดยตลอด เชลซีไม่ทั้งหัวใจในแนวรุกอย่างรามิเรส และไม่มีหัวใจในแนวรับอย่างจอร์น เทอร์รี่ ยังดีที่แกรี่ เคฮิลล์ และ ดาวิด หลุยส์กลับมาช่วยในแนวรับ ตอนประกาศตัวผู้เล่น ผมสงสัยนะว่า ทำไมเลือก ไรอัน เบอร์ทราน มากกว่าที่จะเป็นเฟร์นานโด ตอร์เรส เอาหละมาพูดถึงแมทช์กันดีกว่า เกมนี้ผมใช้คำว่าอภิมหาความเครียด เพราะมันบอลนัดเดียว แถมเกมนี้ดันเล่นในบาเยิร์นอีก

ต้องยอมรับนัดนี้ผมสั่นครับ ตัวสั่นมาก เพราะลุ้นที่สุดถึงที่สุดครับ ทั้งเกมมันไม่ยิง มันมายิงกันท้ายเกม 55 ผมเสียวครับ และผมก็เชื่อว่าทุกคนเสียวเหมือนกัน พอถึงจังหวะที่โธมัส มุลเลอร์โขกผ่านมือปีเตอร์ เช็ก ผมหงายหลังลงไปนอนทันที น้ำตาเริ่มซึมออกมา เพราะคิดว่าจบแล้ว จบแน่ๆ แต่ผมก็พยายาม ภาวนา “พระเจ้าช่วยทีมผมด้วยเถอะครับ ผมรอมานานมาก ช่วยทีมผมด้วยเถอะ” แต่ก็เตรียมใจเอาไว้แล้ว.... แต่พระเจ้ารับฟังคำขอของเชลซีทั่วโลก เมื่อถึงจังหวะที่เชลซีได้ลูกเตะมุม “ครั้งแรก” มาต้าเปิดบอล!!!!ดร็อกบาโฉบโหม่งเข้าไป!!! ผมดีใจแทบบ้าครับ น้ำตาไหลแล้วครับ ตัวนี่สั่นอย่างกับเป็นไข้ พอมันไม่จบใน 90 นาที ยิ่งเยี่ยวเหนียวครับ ยิ่งพอดร็อกบาไปพลาดทำเสียจุดโทษผมแทบจะบ้าครับ แต่ร็อบเบ็นยิงไม่เข้า!!ผมแทบจะหาภาพเช็กมาจูบ พอผ่านช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 30 นาที ไปถึงช่วงยิงจุดโทษ ผมลงมาจากเตียง นั่งคุกเข่า ผมจำได้ดีครับ ท่องนะโมตัสสะ 3 จบ แล้วขอพรให้ทีมเชลซีชนะ 55 (ผมไม่เพ้อนะ) คนแรกลาห์มยิงเข้า ผมใจเต้น ตุบ ตุบ ตุบ ลุ้นว่ามาต้าจะยิงเข้าไหม และมาต้าดันยิงไม่เข้า! ผมนอนฟบลงไปกับพื้นทันที หัวใจแทบจะหลุดออกมาจากหน้าอก

แต่พออิลิก้า โอลิช ยิงไมเข้าบ้าง ผมเริ่มกลับมากลับมาคึกอีกครั้ง พอถึงลูกที่แอชลีย์ โคลยิง แล้วเข้า! ผมมั่นใจมากครับช่วงนั้น และผมไม่นั่งแล้วครับ ผมยืนแล้วเอามือกุมที่ใบหน้า แช่งชไวสไตร์เกอร์ให้ยิงไม่เข้า ผมพูดในใจตลอกว่า “พระเจ้า พระเจ้า พระเจ้า” และชไวนี่ก็ยิงไม่เข้าจริงๆ!! ผมกระโดดปล่อยหมัดใส่อากาศทันทีครับ คือมั่นใจมากช่วงนั้น และ คนสุดท้าย ดิดิเยร์ ดร็อกบา ผมลุ้นมาก สั่นสู้อย่างเดียว และ พอดร็อกบา ยิง!!!! เข้าไปแล้วครับ!!!! เชลซีเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีค ฤดูกาลนี้ครับ!!! ผมกระโดดดีใจลั่นบ้านครับ ตบมือก็ตบ ตื่นทั้งบ้านครับ! 8 ปีที่ตัวผมเองรอคอยมาโดยตลอด วันนี้มันเป็นจริงแล้ว ผมขอบคุณดิมัตติโอ ขอบคุณเสี่ยหมี ขอบคุณดร็อกบาด้วย ฤดูกาลหน้าเราจะไม่มีเขาแล้ว ตำนานของทีมเรา ขอบคุณกัปตัน ขอบคุณเช็ก ขอบคุณแลมพ์ ขอบคุณตอร์เรส ขอบคุณรามิเรส ขอบคุณมาต้า ขอบคุณโคล ขอบคุณหลยุส์ ขอบคุณมิเกล ขอบคุณเคฮิลล์ ขอบคุณอิวาโนวิช ขอบคุณกาลู ขอบคุณโบซิงวา ขอบคุณนักเตะทุกๆคน ที่ทำให้ความฝันของผมเป็นจริงๆ นี่คือการเปิดศักราชใหม่ของทีมเรา นี่คือก้าวแรกของทีมเรา นี่จะไม่ใช่ก้าวสุดท้าย ปีต่อๆไป เราจะอยู่ด้วยกัน เชียร์ด้วยกัน ลุยด้วยกัน
เหตุผลนั้นมีเพียงเหตุผลเดียว เพราะ
เลือดเราเป็นสีน้ำเงิน!!!
บทความแรกครับ ยาวๆรกๆไปนิดนึง ขออภัยด้วยที่อ่านยากไปหน่อยครับ
























